ThaiAngler
คุณกำลังดูเวอร์ชันภาษาไทย — English version

Parks & Lakes

Boon Mar Ponds — บ่อตกปลาเหยื่อปลอมและฟลายฝีมือสูงแห่งฉะเชิงเทรา

Boon Mar Ponds บ่อตกปลากะพงและชะโดด้วยเหยื่อปลอมและฟลายที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคกลาง ระบบ catch-and-release เข้มงวด น้ำใสและปลาสุขภาพดีตลอดปี

ThaiAngler · 28 April 2026 · 2 min read

ShareXFacebookLinkedIn
บ่อตกปลาในบรรยากาศสงบร่มรื่น แสงเช้าสาดกระทบผิวน้ำ

Editorial placeholder

Unsplash

Boon Mar Ponds — เมื่อฝีมือคือสิ่งเดียวที่นับ

ในแวดวงนักตกปลาเหยื่อปลอมของภาคกลาง Boon Mar Ponds คือชื่อที่ได้ยินบ่อยครั้งในบทสนทนาเรื่องบ่อคุณภาพสูง บ่อแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตฉะเชิงเทรา ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเดียว แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบราวกับอยู่ต่างจังหวัดจริงๆ ด้วยนโยบาย Catch & Release 100% และกติกาใช้เหยื่อปลอมหรือฟลายเท่านั้น บ่อนี้จึงดึงดูดกลุ่มนักตกปลาที่ต้องการ "ความท้าทายจริง" มากกว่าแค่ยกปลาขึ้นมาถ่ายรูป

ที่ตั้งและบรรยากาศ

Boon Mar Ponds ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวของจังหวัดฉะเชิงเทรา รายล้อมด้วยสวนและทุ่งนาที่ยังคงร่องรอยความเป็นชนบทภาคกลาง ไม่มีตึกสูงหรือเสียงจราจรให้รบกวน มีเพียงเสียงลม เสียงน้ำ และเสียงปลากระโดดในยามเช้า

บ่อน้ำขนาดกลางหลายบ่อถูกจัดแบ่งตามชนิดปลา ทำให้นักตกปลาเลือกได้ว่าจะมุ่งเป้าหมายที่ปลากะพงขาวหรือปลาชะโด ริมบ่อมีแพไม้และซุ้มพักร่มเงา เหมาะสำหรับนั่งเฝ้าคันตลอดครึ่งวันหรือเต็มวัน น้ำในบ่อถูกจัดการอย่างใส่ใจ มีการหมุนเวียนออกซิเจนและตรวจสอบคุณภาพน้ำสม่ำเสมอ ทำให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง กระตือรือร้น และออกล่าเหยื่อปลอมอย่างมีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี

Boon Mar Ponds ใช้ระบบ Catch & Release 100% ห้ามนำปลากลับบ้านไม่ว่ากรณีใด นโยบายนี้ช่วยรักษาคุณภาพสต็อกปลาให้คงสม่ำเสมอตลอดทั้งปี และเป็นเหตุผลหลักที่ปลาที่นี่ขนาดใหญ่และสุขภาพดีกว่าบ่อทั่วไป

ประวัติและชื่อเสียง

บ่อแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในชุมชนนักตกปลาเหยื่อปลอมจากการบอกต่อของนักตกที่หลงใหลใน Sport Fishing แบบเน้นทักษะมากกว่าปริมาณ ชื่อเสียงของบ่อสร้างขึ้นจากสองสิ่ง ได้แก่ ปลากะพงขาวขนาดกำลังดีที่โจมตีเหยื่อปลอมอย่างดุดัน และปลาชะโดที่มีสัญชาตญาณนักล่าฝังแน่น ทำให้การตกแต่ละครั้งระทึกใจตั้งแต่โยนเหยื่อจนถึงช้อนขึ้น

ปัจจุบัน Boon Mar Ponds ได้รับการพูดถึงใน YouTube channels สายตกปลาไทยและต่างชาติหลายช่อง กลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักตกเหยื่อปลอมและนักตกปลาฟลาย (Fly Fishing) ที่ต้องการบ่อคุณภาพใกล้กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องขับรถไกล

ปลาที่ปล่อยในบ่อ

ปลากะพงขาว (Barramundi)

ดาวเด่นของบ่อ ปลากะพงขาวที่ Boon Mar Ponds มีขนาดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1–4 กิโลกรัม แต่มีปลาใหญ่กว่า 6–8 กิโลกรัมให้ลุ้น ปลากะพงขาวในบ่อตอบสนองดีต่อเหยื่อที่เคลื่อนไหวดุดัน เช่น Crankbait หรือ Jerkbait ที่เล่นในความลึก 0.5–1.5 เมตร เมื่อติดเหยื่อ กะพงมักกระโดดขึ้นพ้นน้ำและสลัดหัวแรงๆ ต้องการทักษะในการ "กด" ปลาไม่ให้หลุด

"ปลาชะโดที่นี่กินท็อปวอเตอร์หนักมาก ถ้าชอบการตกแบบที่เห็นด้วยตาและได้ยินด้วยหู บ่อนี้คือบ่อที่ใช่ที่สุด"

ปลาชะโด (Giant Snakehead)

ปลาชะโดในบ่อนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุและความว่องไว นักตกปลาส่วนใหญ่เน้นเล่น Popper, Frog Lure และ Pencil บนผิวน้ำในช่วงเช้าตรู่และเย็น เมื่อแสงแดดอ่อนและปลาขึ้นหากินใกล้ผิว การตอบสนองของปลาชะโดมักรุนแรงและรวดเร็ว เสียง "ป๊อก!" ที่ดังกระชากเมื่อชะโดฟาดเหยื่อคือเสียงที่นักตกเหยื่อปลอมทุกคนรอคอย

ชะโดในบ่อมีหลายขนาด ตั้งแต่ตัวเล็กที่เหมาะสำหรับฝึกทักษะ ไปจนถึงตัวใหญ่ที่หนัก 5–8 กิโลกรัมที่ต้องใช้ทั้งฝีมือและอุปกรณ์ที่ดีจึงจะชนะ

ปลากะพงลาย

มีปล่อยในบางบ่อ ขนาดเล็กกว่าแต่ดุไม่แพ้กัน เหมาะสำหรับนักตกที่อยากฝึกทักษะการเล่นเหยื่อปลอมขนาดเล็กและละเอียดอ่อนกว่า

อุปกรณ์แนะนำ

สำหรับปลาชะโด

  • คัน: Spinning Medium-Heavy หรือ Heavy Action ยาว 6'6"–7' แอ็กชัน Fast
  • รอก: Spinning 2500–4000 หรือ Baitcaster ขนาด 150–200
  • สาย: PE #2–3 พร้อม Fluorocarbon Leader 30–40 lb ยาวอย่างน้อย 50 cm
  • เหยื่อท็อปวอเตอร์: Popper, Frog Lure, Pencil ขนาด 60–90 มม.
  • Wire Leader: แนะนำสำหรับชะโดตัวใหญ่เพื่อป้องกันฟันคมตัดสาย

สำหรับปลากะพงขาว

  • คัน: Spinning Medium Action ยาว 6'–7' แอ็กชัน Moderate ที่ดูดซับแรงกระโดดได้ดี
  • รอก: Spinning 2500–3500 ที่มี Drag เรียบสม่ำเสมอ
  • สาย: PE #1.5–2 พร้อม Fluorocarbon Leader 20–30 lb
  • เหยื่อ: Jerkbait, Crankbait, Soft Plastic Shad ขนาด 50–100 มม.

สำหรับนักตกปลาฟลาย (Fly Fishing)

Boon Mar Ponds เป็นหนึ่งในบ่อไม่กี่แห่งในไทยที่รองรับการตกปลาฟลายอย่างจริงจัง:

  • คันฟลาย: เบอร์ 8–9 สำหรับปลากะพงขาว, เบอร์ 9–10 สำหรับชะโดตัวใหญ่
  • สาย: Sinking Line หรือ Intermediate Line เหมาะสำหรับบ่อน้ำนิ่ง
  • ลายฟลาย: Clouser Minnow (สีขาว-เขียว, ขาว-น้ำเงิน), Deceiver ขนาดใหญ่, Crab Pattern สำหรับกะพงที่อยู่ก้นบ่อ

สำหรับนักตกปลาฟลายที่มาครั้งแรก ให้เน้นช่วงเช้าตรู่ที่น้ำนิ่งสนิทและลมอ่อน ลม กระแสน้ำ และแสงแดดล้วนส่งผลต่อการโยนสายฟลาย ช่วงที่สงบที่สุดคือตอน 6:00–7:30 น.

ราคาและค่าใช้จ่าย

ค่าตกปลาอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผลสำหรับบ่อคุณภาพสูง:

| แพ็คเกจ | ราคาโดยประมาณ | |---|---| | ครึ่งวัน (เช้า) | 500–800 บาท | | เต็มวัน | 800–1,500 บาท | | บ่อชะโด (ราคาพิเศษ) | อาจสูงกว่าบ่อกะพง | | วันหยุดและช่วงพีค | มีค่าธรรมเนียมเสริม |

อุปกรณ์พื้นฐานอาจให้เช่าได้บางส่วน แต่นักตกปลาส่วนใหญ่นิยมนำอุปกรณ์มาเอง เนื่องจากบ่อประเภทนี้ต้องอาศัยเหยื่อปลอมที่คุ้นเคยและอุปกรณ์ที่ถนัดมือ

ฤดูกาลและช่วงเวลาที่ดีที่สุด

บ่อเปิดตลอดปี แต่แต่ละฤดูกาลเหมาะกับปลาต่างชนิดกัน:

ปลาชะโด: สนุกที่สุดในช่วง ตุลาคม–กุมภาพันธ์ อากาศเย็นทำให้ปลาตื่นตัวและกินเหยื่อบนผิวน้ำอย่างสม่ำเสมอ บางวันอาจตีได้มากกว่า 10 ตัวในเช้าเดียว

ปลากะพงขาว: ดีตลอดปี แต่ช่วง มีนาคม–พฤษภาคม น้ำนิ่งและอุณหภูมิเหมาะ ปลามักรวมกลุ่มใกล้พื้นบ่อและตอบสนองดีต่อ Jerkbait และ Crankbait

สำหรับนักตกปลาฟลาย: ช่วงที่ดีที่สุดคือ พฤศจิกายน–มีนาคม อากาศเย็น ลมน้อย น้ำใสกว่าฤดูอื่น ทำให้ปลามองเห็นลายฟลายได้ดีขึ้น

ช่วงเวลาที่แนะนำในวัน:

  • เช้าตรู่ (6:00–9:00 น.) — ดีที่สุดสำหรับทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Topwater
  • บ่ายแก่ (15:00–18:00 น.) — อีกช่วงที่ปลาออกมาหากิน
  • หลีกเลี่ยงตอนกลางวันแดดร้อน (10:00–14:00 น.) เพราะปลามักหยุดกินเหยื่อในช่วงนี้

ที่พักและอาหารรอบบ่อ

ฉะเชิงเทรามีที่พักระดับปานกลางถึงดีหลายแห่ง ทั้งโรงแรมในตัวเมืองและรีสอร์ตริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่นักตกปลาชื่นชอบมากอีกสายหนึ่ง บางนักตกปลานิยมขับมาเช้า-เย็นกลับเนื่องจากระยะทางไม่ไกล

บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารไทยพื้นบ้านหลายร้าน อาหารเช้าและกาแฟสดหาได้ไม่ยาก ร้านค้าสะดวกซื้อมีตลอดเส้นทาง สำหรับนักตกที่มาเช้าตรู่แนะนำเตรียมอาหารเช้าและเครื่องดื่มมาเอง เพราะร้านอาหารแถวนั้นอาจยังไม่เปิดเมื่อคุณมาถึง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ และสนามบิน

  • จากกรุงเทพฯ (ฝั่งตะวันออก): ใช้ ถนนบางนา-ตราด หรือ มอเตอร์เวย์ 7 ระยะทางประมาณ 45–75 นาที ขึ้นกับจุดต้นทางในกรุงเทพฯ และสภาพจราจร
  • จากสนามบินสุวรรณภูมิ: ระยะทางสั้นมาก ประมาณ 30–45 นาทีทางรถยนต์ เหมาะสำหรับนักตกต่างชาติที่อยากตกปลาวันแรกที่ถึงไทย
  • จากสนามบินดอนเมือง: ผ่านทางด่วนสายตะวันออก ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง

แนะนำใช้ Google Maps โดยค้นหาชื่อบ่อโดยตรง หรือติดต่อบ่อล่วงหน้าเพื่อขอเส้นทางที่ชัดเจน เนื่องจากบ่อบางแห่งอยู่ในซอยเล็กที่ GPS อาจพาหลง

สรุป: เหมาะกับใคร?

Boon Mar Ponds เหมาะที่สุดสำหรับ:

  • นักตกปลาเหยื่อปลอมที่ต้องการความท้าทาย ไม่ใช่แค่ยกปลาขึ้นมาถ่ายรูป แต่ต้องการพิสูจน์ทักษะกับปลาที่ฉลาดและเลือกกิน
  • นักตกปลาฟลาย (Fly Fisher) ที่ต้องการฝึกฝีมือบนปลาที่มีสัญชาตญาณนักล่าแท้จริง และหาบ่อฟลายคุณภาพดีใกล้กรุงเทพฯ ได้ยาก
  • ผู้ที่เชื่อเรื่องการอนุรักษ์ และต้องการสนับสนุนบ่อที่ดูแลปลาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ปล่อยปลาเพื่อขายเวลาตกปลา
  • นักตกปลาจากกรุงเทพฯ ที่ต้องการหนีเมืองในวันหยุดแบบ Half-day หรือ Full-day โดยไม่เสียเวลาเดินทางมาก
  • ผู้ที่อยากทดสอบเหยื่อปลอมใหม่ ก่อนเดินทางไปตกปลาต่างจังหวัดหรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่ยากกว่า

"ถ้าคุณเบื่อบ่อที่ปล่อยปลาแน่นและใช้เหยื่อสดได้ Boon Mar Ponds คือคำตอบ มาที่นี่แล้วคุณจะได้รู้สึกว่าการตกปลามีความหมายมากกว่าแค่ยกปลาขึ้นมา"

บ่อที่ดีไม่ได้วัดด้วยจำนวนปลาที่คุณตีได้ในวันเดียว แต่วัดด้วยสิ่งที่คุณเรียนรู้และความทรงจำที่ติดมาด้วยเมื่อขับรถกลับบ้าน — และที่ Boon Mar Ponds คุณมักจะได้ทั้งสองอย่าง


บทความที่เกี่ยวข้อง:

FAQ

Frequently asked questions

Boon Mar Ponds อนุญาตให้ใช้เหยื่อสดหรือไม่?

ไม่อนุญาต บ่อนี้กำหนดให้ใช้เหยื่อปลอมและฟลายเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและสุขภาพปลาในระยะยาว

นักตกปลามือใหม่เล่นเหยื่อปลอมได้ไหม?

ได้ แต่ควรมีพื้นฐานการแกว่งเหยื่อปลอมมาบ้าง บ่อมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำในเบื้องต้น

ควรใช้เหยื่อปลอมประเภทใดที่นี่?

สำหรับปลาชะโดนิยม Popper และ Frog Lure ตอนเช้าตรู่ ส่วนปลากะพงตอบสนองดีต่อ Jerkbait และ Soft Plastic Shad

บ่อเปิดกี่โมง?

โดยทั่วไปเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเย็น ควรโทรยืนยันเวลาล่วงหน้าเนื่องจากช่วงวันหยุดอาจเต็ม

ราคาค่าตกปลาต่อวันเป็นเท่าไร?

อยู่ในช่วง 800–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับบ่อที่เลือกและช่วงเวลา ควรสอบถามราคาปัจจุบันก่อนไป

เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลานานแค่ไหน?

ประมาณ 45–75 นาที ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพจราจร ใช้ถนนบางนา-ตราด หรือมอเตอร์เวย์ 7 ได้สะดวก

ปลาชะโดที่นี่ขนาดเฉลี่ยเท่าไร?

ปลาชะโดทั่วไปอยู่ที่ 2–5 กิโลกรัม แต่มีรายงานปลาขนาด 8 กิโลกรัมขึ้นไปให้จับได้เป็นครั้งคราว

Read next